ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหรือเรียกสั้นๆ ว่า “ไอแบงก์” เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีพื้นที่ทำการอยู่ 130 สาขาทั่วประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 ภายใต้พระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 พันล้านบาท เริ่มดำเนินกิจการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 และมีจำนวนสาขาเพิ่มเป็น 9 แห่ง ในสิ้นปี 2547 ธนาคารอิสามนั้นอยู่ภายใต้การบริหารงานของกระทรวงการคลัง ประกอบด้วยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ร้อยละ 48.54 และธนาคารกรุงไทย ร้อยละ 9.83

สัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังของธนาคารอิสลามอยู่ที่ 49% แต่การถือหุ้นโดยธนาคารของประเทศอื่นหมายถึงการที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นหลักของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ลักษณะดำเนินงานของธนาคาร เป็นไปตามหลักกฎหมายของอิสลาม ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของธนาคารอิสลาม โดยให้บริการลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมโดยไม่คำนึงถึงศาสนา

กิจการของธนาคารดำเนินไปอย่างราบรื่น ธนาคารได้เข้าซื้อบริการทางการเงินของธนาคารกรุงไทยในปี 2548 ทำให้ธนาคารอิสลามมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 27 สาขา ในปี 2549 เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของกิจการในอนาคต จึงได้มีการย้ายสำนักงานใหญ่ของไอแบงก์มาที่อาคารคิวเฮ้าศ์ (อโศก) โดยการขยายกิจการของธนาคารยังคงเน้นกลุ่มลูกค้าทางภาคใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ของชาวมุสลิม เมื่อดำเนินกิจการไปถึงจุดหนึ่ง ทำให้มองเห็นโอกาสว่าบริการของไอแบงก์นั้น สามารถที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้คนได้ โดยไม่ได้จำกัดเพียงแค่มุสลิมเท่านั้น จึงได้มีนโยบายในการให้บริการที่เปิดกว้างมากขึ้น

ภายในปี 2550 ไอแบงก์เพิ่มเงินทุนขึ้นเป็น 31,230 ล้านบาท จากเดิมที่จดไว้ 1,000 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย กับธนาคารออมสินเป็นผู้ถือหุ้นหลัก ทำให้ไอแบงก์กลายเป็นรัฐวิสาหกิจโดยอัตโนมัติในปี 2552 ซึ่งในปีเดียวกันนี้เองที่ธนาคารก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบของพนักงาน หรือชื่อย่อของธนาคารใหม่ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล

เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2557 ธนาคารอิสลามมีสินทรัพย์รวม 109.7 พันล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ -9.5 พันล้านบาท ด้วยเหตุนี้เองทำให้ความสามารถในการบริหารจัดการของธนาคารอิสลามถูกวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อกระทรวงการคลังต้องอัดฉีดเงินเกือบ 20,000 ล้านบาทให้กับธนาคารอิสลามเพื่อเป็นเงินทุนเพิ่มเติม โดยกระทรวงการคลังอ้างว่าจำเป็นต้องเข้าแทรกแซง เนื่องจากธนาคารอิสลามมียอดสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) 50,000 ล้านบาท นับเป็นครึ่งหนึ่งของสินเชื่อทั้งหมด

โครงสร้างการถือหุ้น

1.กระทรวงการคลัง จำนวน 1.8 ล้านล้านหุ้น ร้อยละ 99.5%

2.ธนาคารออมสิน จำนวน 4 พันล้านหุ้น ร้อยละ 0.22%

3.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1 พันล้านหุ้น ร้อยละ 0.05%

4.นางสาวอาสรา อังกาเรีย จำนวน 400 ล้านหุ้น ร้อยละ 0.02%

5.นางเราะฮ์มะฮ์ มูลทรัพย์ จำนวน 100 ล้านหุ้น ร้อยละ 0.005%

6.นางชลธิชา อัลอุมารี จำนวน 73 ล้านหุ้น ร้อยละ 0.004%

7.นางสาวจิตรา ซอหะซัน จำนวน 51 ล้านหุ้น ร้อยละ 0.002%

8.ร.ท.สุรกำพล อดุลยรัตน์ จำนวน 40 ล้านหุ้น ร้อยละ 0.002%

9.บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) จำนวน 40 ล้านหุ้น ร้อยละ 0.002%

10.นายสมศักดิ์ ทักษิณา จำนวน 40 ล้านหุ้น ร้อยละ 0.002%

11.ผู้ถือหุ้นรายย่อย จำนวน 1.5 พันล้านหุ้น ร้อยละ 0.08%

ธนาคารอิสลามในวันนี้

อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงแรกธนาคารเน้นตลาดชาวมุสลิมเป็นหลัก สาขาส่วนใหญ่ของธนาคารมักกระจุกตัวอยู่ตามภาคใต้ ถึงอย่างไรก็ตามธนาคารก็เล็งเห็นโอกาสในการขยายบริการด้านการเงินให้กับประชาชนทั่วไป จึงสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อให้มีกำลังในการแข่งขันในตลาดการเงิน

ขณะเดียวกันก็ดำเนินการฝึกอบรมพนักงาน เปลี่ยนโฉมของธนาคารใหม่เพื่อให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า พร้อมกับการส่งเสริมวัฒนธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านกรอบการดำเนินงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ไอแบงก์มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ทำให้กลายเป็นธนาคารทางเลือกสำหรับทุกคนโดยไม่คำนึงถึงศาสนา