เป็นเวลาเกือบร้อยปีที่ ธนาคารออมสิน อยู่คู่กับคนไทยมานับตั้งแต่อดีต แต่ก่อนหน้าที่จะมาเป็นธนาคารออมสินนั้น ได้เคยใช้ชื่อว่า “คลังออมสิน” มาก่อน เป็นแนวคิดที่เกิดจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือได้ว่าเป็นกษัตริย์นักปราชญ์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการดำเนินงานรอบด้าน ตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในขณะที่เดินทางไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ได้ทรงเห็นแบบอย่างในการออมเงินที่มีประสิทธิภาพของยุโรป

เมื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยได้ตระหนักถึงการจัดความปลอดภัยในการเก็บสินทรัพย์ พระมหากษัตริย์จึงทรงลองจัดตั้งกิจการรับฝากเงินที่เรียกว่า “แบงก์ลีฟอเทีย” ซึ่งเป็นคำที่มาจากชื่อย่อของกรรมการ 3 ท่าน ที่ได้ดำรงตำแหน่งอยู่ในสมัยนั้น ได้แก่ “ลี” (ในหลวงรัชการที่ 6) “ฟอ” (หม่อมหลวง เฟื้อ) “เทีย” (เทียบ อัศวรักษ์) เพื่อเป็นการเรียนรู้ในการดำเนินงานด้านธนาคาร และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่จะเป็นพื้นฐานของระบบคลังออมสินในอนาคต

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดให้สำนักงานออมทรัพย์เป็นสถานที่ปลอดภัยในการจัดเก็บทรัพย์สินและปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักวิธีประหยัดเงินอย่างเหมาะสม จึงได้กำหนดพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการจัดตั้ง “คลังออมสิน” เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2456 โดยได้รับพระราชทานเงินทุนในการดำเนินงานเป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาออมเงินเพื่อประโยชน์ในระยะยาวของตนเอง จะได้ไม่ลำบากในอนาคต โดยคลังออมสินนี้ยังคงยึดมั่นในหลักการนี้ตลอดมา

ในปี พ.ศ. 2472 ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) คลังออมสินได้ตกมาอยู่ในการดูแลของ “กรมไปรษณีย์โทรเลข” เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนสามารถเข้าถึงการรับฝากเงินได้ง่ายขึ้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เริ่มมีผู้คนให้ความสนใจอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลมองเห็นความสำคัญของการออมทรัพย์ ว่าจะมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงจัดตั้งให้คลังออมสินแห่งนี้เป็นองค์กรที่อยู่ใต้การดูแลของรัฐบาล

จุดกำเนิด “ธนาคารออมสิน”

เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) กิจการของคลังออมสินได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์เกิดในปี พ. ศ. 2489 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ยกคลังออมสินเป็น ”ธนาคารออมสิน” ให้อยู่ในสังกัดกระทรงการคลัง และกำหนดพระราชบัญญัติธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของธุรกิจสำนักงานออม และเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2490 ภารกิจที่สำคัญของธนาคารที่มีต่อประเทศชาติก็ยังคงอยู่ ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2505 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าถวายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักจิตรดา พระราชวังดุสิต นับได้ว่าเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินงานแก่ธนาคารออมสินเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็นธนาคารออมทรัพย์ของคนไทยทุกคน

ในทุกวันที่ 1 เมษายน จะกำหนดให้เป็น “วันออมสิน” เพื่อเป็นการระลึกถึงการก่อตั้งของธนาคาร โดยจะมีการจัดงานประจำปีเพื่ออุดหนุนเด็กไทยเกิดนิสัยการรักในการออมเงิน โดยกิจกรรมนี้จะมีเด็กและประชาชนมากมายเดินทางมาฝากเงินตั้งแต่ 50 บาท ไปจนถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งนอกจากนี้ทางธนาคารเองก็ยังได้จัดทำของที่ระลึกประจำให้สำหรับแจกจ่ายประชาชนที่เข้ามาฝากเงินอีกด้วย

ปัจจุบันนี้ธนาคารออมสินได้ดำเนินกิจการมาแล้วเกือบ 100 ปี มีสาขาให้บริการประชาชนมากกว่า 1,500 สาขา ทั่วประเทศไทย โดยสัญลักษณ์ของธนาคารออมสินนั้น จะใช้รูปวงกลมที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ในแต่ละส่วนที่ถูกแบ่งออกนั้น ประกอบด้วย วชิราวุธ (เป็นเครื่องหมายตัวแทนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6) เบญจปฎลเศวตฉัตร 5 ชั้น (เป็นเครื่องชั้นสูงที่เปรียบเสมือนตัวแทนของสวรรค์ มีลักาณะคล้ายร่ม) และต้นไทร (หมายถึงความหน้าที่การงานมั่นคงอยู่เย็นเป็นสุข)